วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2552

มีดเดินป่า















มีด : M9 BAYONET
มีดเดินป่า M9 BAYONET หรือมีดพกติดตัวทหารของกองทัพสหรัฐอเมริกา เริ่มใช้อย่างเป็นทางการ ในปี 1989 เพราะมีใบมีดชนิดพิเศษซึ่งคมเเละเเข็งเเกร่งกว่ามีดรุ่นก่อนๆมากM9 คือมีดพกที่ถูกเลือกเป็นอาวุธประจำการของกองทัพสหรัฐอเมริกา สามารถใช้ได้หลากหลายสถานการณ์ เเต่เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับมีดพก M7 ที่สามารถใช้ประกอบเข้ากับปืนไรเฟิล M16 ของประเทศเกาหลีในอดีตจึง ทำให้คุณสมบัติของมันลดลงเล็กน้อยลงเเต่ก็เป็นอุปกรณ์ ที่มีคุณสมบัติช่วยให้อยู่รอดได้ จึงลบล้างจุดอ่อนของมันไปหมดสิ้นเค้าทำขึ้นมาเพื่อหวังผลในการยังชีพด้วยครับทังแทง ทั้งงัด ทั้งฟัน อย่างหนักหน่วง และ ฟันไม้หน้าหนาๆขาดในครั้งเดียว ความคงทน นี่น่าว่างใจในระดับในขั้นดีทีเดียวครับ M9 BAYONET มีด"ปลายปืนที่มีกะทัดรัดมาก ทำให้ใช้งานได้หลากหลายกว่าการต่อสู้!!!! เอาไว้ตัดเชือกก้อได้ ประกอบอาหารก้อได้ เปิดฝากระป๋องก้อได้ ขุดดินก้อได้ ปฐมพยาบาลบาดแผลก้อได้ ขันน็อตก็ยังได้! มีดปลายปืนแบบนี้มีใช้ครั้งแรกในสงครามโลกครั้งที่ 1 ต่อมามีการพัฒนา ปรับปรุงในสงครามโลกครั้งที่ 2 และยังใช้กันอยู่ในปัจจุบัน เพราะมันทำได้หลายอย่างมากเลย +กะทัดรัด ทำให้เหมาะที่จะใช้ต่อสู้ในที่แคบๆ อันเป็นรูปแบบของสงครามยุคปัจจุบัน... หรือใครจะใช้มันเป็นมีดปัดดาบ (Main Gauche) คู่กับเรเปีย ก้อยังได้เลย!!!! ทำได้หลายอย่างจริงๆ ครับ
















มีด : M12 RANDALL ประวัติเป็นมีดเดินป่าที่พัฒนามาจาก M9 BAYONET เหมือนกัน
เหมือนๆ M9 หลายอย่างเเต่ความเเตกต่างของมัน คือ ความทนทานที่สูงขึ้น ความคมที่มากขึ้นนั้นเอง ส่วนความนิยมยังคงน้อยกว่ามีด M9 อยู่- ปรากฏในภาค 2 อาวุธประจำกาย LEON , CLARE- ปรากฏในภาค CODE : VERONICA X อาวุธประจำกาย คริสเเละเเคลร์






มีด SURVIVAL KNIFE
เป็นมีดที่มีขนาดกลางเเละใหญ่พอควร ที่พัฒนาไว้ใช้ในการทหารโดยเชพาะ เป็นมีดที่มีชื่อเสียงเเละดังมากในยุคหนังเเรมโบ้ได้น่ะ เปนมีดที่พลังในการฟันที่ว่ามากเหมือนกัน เเต่ความคล่องตัวในการใชงานกับความคมเเละความสะดวกยังสู้มีดพวก M9 , M12 ไม่ได้เท่าใร มีด SURVIVAL KNIFE ที่ว่าผลิตออกมาหลายที่ หลายบริษัทเหมือนกันน่ะ







มีด : DAGGER KNIFE ประวัติเป็นมีดดาบที่มีขนาดใหญ่มากพอควร มีระยะการฟันที่กว้างกว่ามีดทั่วไปหน่อย เหมือนมีดดาบพวกพระเยซูคริสเลยน่ะ




มีด : X-DAGGER KNIFE
ประวัติเป็น มีดดาบที่ทำมาจากเงินมันวาววับมากล้วนๆ มีความทนทานสูง มีความคมสูง มีพลังในการฟันเเละเเทงอันปลายเเหลมที่เเหลมคมที่มากกว่า DAGGER KNIFE ธรรมดาน่ะ

ปืน glock17




ปืนเวอร์ชั่น : GLOCK 17
บริษัท : GLOCK
ประเทศ : AUSTRIA
ผู้ผลิต : MR.GASTON GLOCK
2กระสุน : 9 x 19 MM PARABELLUM/LUGER
เเม็กกาซีน : 10/17/19/31
นัดระบบปฏิบัติการ : DOUBLE ACTION , SAFE ACTION
ระบบการยิง : SEMI-AUTO
น้ำหนัก : 0.6 Kg - 0.9 Kg
ฟังก์ชัน : สต็อกโฮลเดอร์ , กล้อง ZOOM , ปลอกเก็บเสียง , ศูนย์เลเซอร์ราคา : 10000-40000 กว่าบาท

ประวัติปืน
GLOCK 17 เป็นปืนตัวต้นเเบบ GLOCK รุ่นเเรกเป็นปืนที่ผลิตจากประเทศ ออสเตรีย ผู้ประดิษฐ์คิดค้น คือ นักวิศวกรพลาสติก , เหล็ก ที่ชือ MR.GASTON GLOCK ที่เคยทำงานโรงงานเกี่ยวกับการประดิษฐ์สิ่งของต่างๆ ที่ทำมาจากพลาสติก เเละเหล็ก มาก่อน ปืน GLOCK 17 มี 3 เวอร์ชั่น คือ GLOCK 17 , GLOCK 17C , GLOCK 17L

บริษัท GLOCK เป็นบริษัทผลิตปืนพกพลาสติกโพลีเมอร์ที่มีชื่อเสียงอันดับ 1 ของโลกในบรรดาบริษัทผลิตปืนพกน่ะ เเล้วได้ถูกเข้าประจำการในกองทัพสหรัฐด้วยน่ะ

เป็นปืนที่ทำจากพลาสติกโพลิเมอร์กับไนล่อนจึงป้องกันสนิมได้อย่างดีเยี่ยม มีการพัฒนาของผิวปืนที่เเนบเนียน การฉาบสารพิเศษที่ผิวปืน ทำให้เพิ่มความเเข็งเเกร่งของปืนมากยิ่งขึ้นเเต่ความทนทานก็ยังคงสู้พวกสเเตนเลสไม่ได้อยู่ดี มีการออกแบบที่กลมกลืน พกพาได้สะดวกไม่เกะกะกระเป๋าไม่อับ มีความสะดวกในการใช้งาน เเละบำรุงรักษาได้ง่าย จึงทำให้ครองใจนักนิยมปืนอยู่เป็นจำนวนมากเเต่มันดีตรงที่ราคาถูกเเละเป็นมิตรกับลูกค้า เป็นปืนพกที่มีทั้งความเท่มีสไตล์อันน่าพิสมัย น้ำหนักที่เบามาก เเรงสะท้อนที่นุ่มนวลเพราะผลิตมาจากพลาสติกเป็นส่วนใหญ่ ทำให้คุมปืนง่ายเล็งได้ง่าย เเต่ความพิสดารของมันไม่หมดอยู่เเค่นี้ ก็คือปืน GLOCK จะไม่มี SAFE ในตัวปืนเลยซึ่งถ้าไม่ศึกษาปืนนี้ดีๆ ก็อาจเปนดาบ 2 คมได้ ซึ่งเนื่องจากระบบปืนเปนระบบการยิงอิสระมากๆ ถึงแม้จะไม่มีเซพ แต่เพราะมันมีไก 2 ชั้น ถ้าไม่กดไกชั้นแรกก่อนก็กดชั้นที่ 2 ไม่ได้ มันจึงเหมือนกับเป็นเซพในตัวถ้าเหนี่ยวไก 2 ชั้นเเล้วทำปืนตก GLOCK จะลั่นยิงทันทีจนหมดเเม็กซึ่งเป็นอะไรที่น่าหวาดเสียวมากเอาการเเต่เพราะมันมีไก 2 ชั้นมันจึงยังปลอดภัยอยู่น่ะ เเละความพิสมัยอีกอย่างนึง คือ ระบบการจุดชนวนที่เป็นเเบบเข็มเเทงชนวนชนิดพุ่งกระเเทก ส่วนพลังทำลายนั้นยังถือว่าต่ำ เเต่ก็เปนปืนที่เล็งง่ายเนื่องจากน้ำหนักที่เบามากจนเหมือนปืนของเล่น จึงทำให้เกิดอาการสั่นของมือได้ยากมากขึ้น เล็งก็ง่ายด้วย เเถมปืนนี้ยังอยู่ในอุณหภูมิ -40 ถึง +70 องศาเซลเซียสได้อีกด้วย ปืนนี้ผมเคยรู้มาว่า จุ่มน้ำเเละยิงใต้น้ำได้นะ ถ้าท่านไหนเคยเล่น HALFLIFE จะรู้ดี ปืนพกติดตัวของตัวเอกชื่อ GORDON FREEMAN ยิงใต้น้ำได้ หุหุหุ
ไม่รู้ว่าจริงรึเปล่าอย่าลองเลยดีกว่ายังใงก็เสี่ยงน่ะคับจุ่มน้ำเดี๋ยวปืนอาจเสียได้

เเถมปืนนี้ยังสามารถประกอบติดตั้ง STOCK เข้าไปด้านหลังได้ด้วยครับ ก็ CUSTOM PART ที่ใช้ประกอบกับปืน BERETTA M93R ที่เเคลร์ใช้ติดตัวในภาค CODE VERONICA ไง เจ้าปืน GLOCK 17 ก็ทำได้ จึงสามารถยิงระบบติดต่อ 3 นัดได้ด้วยระบบ BURST FIRE เหมือนกับปืน M93R นี้เองเเถมยังเพิ่มความจุกระสุนเพิ่มมาอีกด้วย


























ปืน glock









เดิมทีเดียวไม่ค่อยจะมีใครสนใจปืนยี่ห้อนี้มากนัก ก็คงเพราะมันทำมาจากพลาสติก ทำให้หลายๆคนตั้งข้อรังเกียจ กลัวมันจะพังง่ายๆซึ่งในความรู้สึกของหลายๆคนปืนพกจะต้องทำจาก เหล็ก, สแตลอยนเลส,อัลลอย หนักที่สุดก็คงเป็นปืนที่ผู้ก่อการร้ายนิยมใช้โดยที่เครื่อง x-ray ที่สนามบินไม่สามรถตรวจจับมันได้







หลังจากนั้นไม่นาน GLOCK ก็ได้พิสูจน์ตัวเอง ด้วยการทดสอบอย่างโหดๆ ไม่ว่าจะเป็นหมกในโคลน แช่ในน้ำแข็ง ขึ้นลำแล้วโยนลงมา เอารถบดทับ ยิงทดสอบเป็นแสนๆนัด มันก็ยังคงทำงานได้ดีไม่มีติดขัดแต่อย่างใด





ไม่นานนัก GLOCK ก็เป็นที่ยอมรับในหมู่ผู้รักษากฎหมายทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นกิจการของตำรวจ, ทหาร,หน่วยรักษาความปลอดภัยต่างๆทั่วโลก ด้วยชิ้นส่วนที่ไม่มาก ทำการบำรุงรักษาได้ง่าย บรรจุกระสุนได้มาก ไม่มีชิ้นส่วนที่ต้องบริหารกลไกมาก(อันนี้โดยส่วนตัวผมได้พิสูจน์ด้วยตนเองมาแล้ว ปืนที่มี safe ในเวลาที่จำเป็นต้องใช้ปืนในนาทีชีวิติเรามักจะลืมปลด safe) ใช้งานง่ายขึ้นลำแล้วยิงได้เลย

ส่วนตัวผมเอง ปืน GLOCK เป็นปืนที่เป็นหนึ่งในตัวเลือกลำดับแรกก่อนที่จะออกทำงานทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นพกนอกเครื่องแบบ หรือแต่งเครื่องแบบทำงาน เนื่องจากน้ำหนักที่เบา บำรุงรักษาง่าย ยิงแม่นครับ สำหรับยี่ห้ออื่นๆว่างๆจะนำมาลงให้ดูครับ

ปืน Glock







Glock เป็นปืนพกมาตราฐานที่ผลิตขึ้นโดย บริษัท Glock ประเทศออสเตรีย หากกล่าวปืน Glock โดยคร่าวๆ คงเป็นการบอกล่าวถึงโครงสร้างของปืน โดยโครงสร้างของปืน Glockทำจากโพลิเมอร์ ส่วนที่เป็นลำเลื่อนและลำกล้องถึงจะทำด้วยเหล็กกล้าความพิศดารของปืนGlock อยู่ที่ไม่มี sefe และวัสดุที่ดูเหมือนพาสติก แต่อย่างเพิ่งคิดว่า Glock จะไม่มีสิ่งเย้ายวนใจให้น่าพิศมัยเหมือนปืนของที่อื่นเขานะครับ เพราะว่าเป็นความพิเศษของปืน Glock นั้น อยู่ตรงที่ระบบการจุดชนวนที่เป็นแบบเข็มแทงขนวนชนิดพุ่งกระแทก ไม่ใช้นกสับ และที่สำคัญ เรื่องราคาที่ค่อนข้างเป็นมิตรกับผู้ซื้ออยู่มาก แต่ปัจจุบันหลักจากรัฐบาลได้มีนโยบายจำกัดการมีอาวุธปืน ทำให้ราคาพุ่งขึ้นสูงเอาการอยู่ทีเดียวแต่เมื่อเทียบกับปืนแบบอื่นๆที่มีขายในท้องตลาด ก็นับว่าเป็นราคาที่ยังพอรับได้ กับจุดประสงค์เพื่อนำมาใช้งานอย่างแท้จริง เรื่องความสวยงามนั้นก็แล้วแต่จิตใจคุณจะชอบอย่างไร ไม่ขอออกความเห็น มาว่ากันด้วยเรื่องประสิทธิภาพการใช้งานมากกว่า ปืน Glock ได้ถูกประดิษฐ์ขึ้นในปี 1963 โดยผู้ที่ประดิษฐ์ปืน Glock คือวิศวกรที่ทำงานอยู่ใน Deutsch-Wagram ซึ่งไกล้กับ Vienna ชื่อนักวิศกรผู้นี้คือ Mr.Gaston Glock โรงงานที่เขาทำอยู่นั้นเป็นโรงงานที่เกี่ยวกับการประดิษฐ์สิ่งของต่างๆ ที่ทำจากพาสติก และเหล็ก เขาได้เริ่มพัฒนาและประดิษฐ์ปืน Glock ของเขาอย่างจริงจัง ณ แห่งนี้ความหวังลึกๆ ของเขาคือ "ปืนของเขานั้นเป็นปืนที่ดีที่สุด เพื่อเข้าไปช่วยงานในกองทัพได้" และนอกจากปืนแล้วเขายังผลิต ยุทโธปกรณ์ต่างๆ ที่สำคัญสำหรับการออกสนามรบ เช่น อุปกรณ์สนาม มีด และอาวุธต่างๆ ความมุ่งมั่นของเขาที่ทำให้ปืน Glock ขึ้นตำแหน่งผู้นำของโลกในเรื่องคุณภาพของปืนโดยเขายึดมั่นมาตราฐานการผลิต 3ประการคือ ความเชื่อมั่นของลูกค้าความสะดวกในการใช้งาน การพกพา และการบำรุงรักษาที่ง่าย ก่อนที่จะติตามเนื้อหาของปืน ลองมาทำความรู้จักกับ ผู้ประดิษฐ์คิดค้น ปืน Glock กันก่อนนะครับ ว่านายช่างยอดอัฉริยะผู้นี้เป็นใคร แกสตั้น กล็อค (Gaston Glock) ชาวออสเตรียเป็นผู้ก่อตั้งและเป็นประธานบริษัท Glock ไม่ต้องบอกเราคงจะทราบแล้วว่าลุงแกสตั้น แกเป็นบุคคลระดับอัฉริยะของโลก แต่ที่คนส่วนใหญ่อาจไม่รู้ก็คือ กล็อคยังเป็นนักกีฬาว่ายน้ำวันละหลายกิโลเมตร ขนาดอายุปีนี้ก็ 77 ปีแล้วแต่ยังแข็งแรงล่ำบึ๊ก เมื่อคืนวันที่ 26 กรกฎาคม 2542 กล็อกถูกทำร้ายที่เมืองลักซัมเบอร์ก โดยคนร้ายตีหัวด้วยฆ้อนยาง หัวแตกถึงเจ็ดแผล เสียเลือดไปกว่าหนึ่งลิตร ลุงแกสตั้นยังมีแรงสามารถชกคนร้ายที่อายุน้อยกว่าเกือบ 20 ปี จนฟันหลุดออกจากปากอัดกำปั้นเข้าเบ้าตา ไม่มีแรงหลบหนี เช้าวันต่อมามีคนไปพบทั้งสองคนนอนทับกันอยู่ จึงได้แจ้งตำรวจและหน่วยพยาบาลเข้าช่วยเหลือ แกสตั้น ยังเป็นคนค่อนข้างจะเอาแต่ใจตัวเอง มุทะลุ และมีความเชื่อมั่นใจตัวเองสูงมาก มีเรื่องเล่ากันว่าเมื่อปี 2524 ก่อนกล็อค จะผลิตปืนตอนนั้น บริษัทยังเพียงแค่ทำเปลือกระเบิด พลั่ว และอุปกรณ์สนามพาสติกให้กับกองทัพออสเตรีย เป็นช่วงฤดูกองทัพออสเตรียเปลี่ยนปืนพกประจำการ ลุงแกสตั้นไปได้ยินผู้พันท่านหนึ่งรำพึงกับเพื่อนร่วมงานว่า ไม่มีผู้ผลิตรายใดยื่น เสนอปืนที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวตามต้องการของกองทัพได้ ลุงได้ยินเช่นนั้นก็สวนกลับไปว่า ได้ซิบริษัทกล็อคนี่แหละทำได้ ผู้พันสองคนหันดูลุงแกสตั้นแล้วหัวร่อใส่หน้า เท่านั้นแหละเป็นเรื่อง เล่นดูถูกกันต่อหน้าเช่นนี้มีหรือคนอย่างแกสตั้น กล็อค จะยอม คุณคริสโตเฟอร์ เอ็ดเวิร์ดส (Christopher Edwards) อดีตมือปราบผู้ช่วยนายอำเภอเจพเฟอร์สัน เคาน์ตี้ มณรัฐเคนตั๊กกี้ ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการสถาบันฝึกสอนของกล็อค อิงค์ สหรัฐอเมริกา หนึ่งในผู้ไกล้ชิดกับลุงกล็อกกล่าวว่า ไม่มีใครหัวเราะเยาะแกสตั้น กล็อคได้ แล้วหลุดรอด พี่แกไม่เคยลืมและยากจะให้อภัย กล็อกมั่นใจว่าตนสามารถออกแบบและผลิตปืนมีคุณสมบัติจากกองทัพออสเตรียต้องการได้ดีกว่าคนอื่น ทั้งๆ ลุงเองไม่เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับปืนมาก่อน กล็อคบอกกับเพื่อนร่วมงานว่า ก็เพราะไม่มีความรู้นี่แหละ เป็นจุดเด่นทำให้ได้เปรียบเหนือผู้ผลิตรายอื่นๆ เพราะจะทำให้ความคิดของเขาเปรียบเหมือนผ้าขาว เปิดรับสิ่งใหม่ๆ ไม่ผูกติดกับวิธีการ เครื่องจักร หรือแม้กระทั่งเทคโนโลยีเก่าๆ เป็นระยะเวลาสองปีที่ แกสตั้น กล็อค ตั้งหน้าตั้งตาออกแบบปืนกระบอกแรกของบริษัทกล็อค ลูกน้องลุงกล็อคเล่าให้ฟังว่า ลุงจะทดสอบปืนต้นแบบด้วยตนเองแต่จะยิงด้วยมือซ้าย เพราะเผื่อปืนระเบิดยังมีมือขวาไว้เขียนหนังสือ แกมุ่งมั่นกับโครงการนี้เกิดอาการหงุดหงิด งุ่นง่าน ถึงขนาด คุณป้า เฮวก้า (Helga) ภรรยายังไม่กล้าเข้าไกล้ เอากะพ่อซิ เมื่อปี 2526 กล็อคส่งมอบปืนชุดแรกให้กับทางกองทัพออสเตรีย หลังจากผ่านการทดสอบได้จากผ่านการทดสอบได้สั่งซื้อกล็อค 17 เป็นจำนวน 25,000 กระบอก กล็อคเป็นนวัตกรรมที่แตกต่างจากปืนอื่นๆ มีชิ้นส่วนเพียง 34 ชิ้นเปรียบเทียบกับปืนขนาด .45 เอซีพี ของสมิท แอนด์ เวสสัน ซึ่งมีส่วนประกอบถึง 60 ชิ้น โครงปืนผลิตจากวัสดุสังเคราะห์ ไม่เพียงมีราคาต้นทุนต่ำกว่า แต่ยังทำให้ความรู้สึกแรงสะท้อนถอยหลังน้อยกว่าปืนโครงโลหะ คุณจอนห์ ฟาร์นั่ม (John Farnum) ผู้ก่อต้องสถาบันฝึกอบรมป้องกันตัว Defense Trianing International ให้ข้อมูลว่า แกสตั้น กล็อค จะไม่รวยได้อย่างไร ก็เมื่อปืนมีต้นทุนประมาณ 75 เหรียญ สหรัฐฯ ขายในราคา 500 ดอลลาร์ นิตยสารธุรกิจอเมริกันชื่อ ฟอร์เบส (Forbes) ประมาณรายได้ของบริษัทกล็อคไว้ที่ 100 ล้านเหรียญ สองในสามของรายได้มาจากตลาดในสหรัฐอเมริกาทั้งส่วนพลเรือนและราชการ ซึ่งมีกว่า 4000 หน่วยงาน การพัฒนา ส่วนประกอบของปืน Glock ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างเหมาะสม การพัฒนาเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้ปืนมีความแข็งแรงต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น การพัฒนาผิวปืนที่แบบเนียน การฉาบสารพิเศษที่ผิวปืน ทำให้เพิ่มความแข็งแกร่งของปืนมากยิ่งขึ้น ที่แน่ๆ คือ ปืน Glock ปลอดภัยจากสนิมแน่นอนครับ เนื่องจากวัสดุที่นำมาทำปืนนั้นเป็นพวกโพลิเมอร์ ความแม่นยำ ปืนพกของ Glock ถูกออกแบบเพื่อการใช้งานที่แม่นยำ ลักษะณะปืนได้รับการออกแบบ มาอย่างเรียบง่าย แต่เน้นความถนัด ผู้ใช้งานสามารถเลือกขนาดปืนได้ตามต้องการของขนาดมือ การออกแบบที่กลมกลืนของปืน Glock จึงทำให้ปืน Glock ครองใจนักนิยมปืนอยู่เป็นจำนวนมาก อุปกรณ์ต่างๆ ได้ถูกออกแบบมาอย่างลงตัวและเข้ากัน ที่สำคัญน้ำหนักของปืน Glock ก็ไม่หนักมากและเบามากจนเกินความพอดี ส่งผลให้การเล็งและบังคับทิศทางในการใช้ปืน Glock แม่นยำมากยิ่งขึ้น Glock ได้เพิ่มความพิเศษของปืนด้วยการใช้สารโพลิเมอร์มาทำเป็นส่วนของโครงปืน และส่วนของด้ามจับหรือ Grip นั้นก็ได้รวมเข้ากับโครงปืนหรือตัวปืนด้วยเช่นกัน สำหรับเรื่องแรงดีดของปืนเวลายิงหรือที่เรียกว่าแรง รีคอยล์นั้น ก็ต่ำลงซึ่งจุดนี้ก็เป็นอีกประการหนึ่ง ที่ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในเรื่องความแม่นยำของปืน Glock ได้มากยิ่งขึ้น ลำกล้องของปืนจะมีขนาดทีใหญ่เป็นพิเศษ และลักษณะของ Hammer-forged จะเป็นลักษณะมเกลียวเล็กๆ ขดอยู่ในตัวปืน แน่นอนสิ่งพิเศษเหล่านี้ย่อมเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของ Glock มากยิ่งขึ้นส่วนไกปืนนั้นถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี ง่ายต่อการใช้งาน สำหรับการหวังเป้าหมายนั้น คุณสามารถไว้วางใจ Glock ได้ทุกประเภทของเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นเป้านิ่งหรือเป้าเคลื่อนไหว Glock ไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน ระบบความปลอดภัยไกปืนของ Glock ปืน Glock มีระบบความปลอดภัยในขณะยิงโดยใช้ระบบขอลไกปืนเป็นตัวป้องกันอันตราย โดยจุดนี้ถือว่าเป็นจุดได้เปรียบทางการค้ามาก สำหรับระบบรายละเอียดพอคร่าวๆ ดังต่อไปนี้ -ไม่มีระบบความปลอดภัยภายนอก -ไม่มีระบบความปลอดภัยจากการง้างนก (เมื่อต้องการขึ้นนกปืน จะไม่มีระบบความปลอดภัยในจุดนี้) -ปืนพกของ Glock ปลอดภัยในการยิงจนกระทั่งการยิงเสร็จสิ้น ในการทำงานของปืน Glock มีอยู่ด้วยกัน 3 ระบบ อัตโนมัติ เมื่อการทำงานของไกปืน เพื่อความปลอดภัยแล้ว ระบบดังกล่าวจะทำงานอย่างเป็นอิสระต่อกัน เมื่อคุณดึงไกปืนและ ยิงปืนออกไป ปืนจะทำการตั้งระบบใหม่ตั้งแต่ต้นโดยอัตโนมัติ โดยที่คุณไม่ต้องขึ้นไกปืนอีกครั้ง สำหรับระบบการหมุนกลับของไกปืนประกอบด้วย 1. Trigger Safety 2. Firing pin Safety 3. Drop Safety

การเขียนนวนิยายสืบสวนแนว Cozy

การเขียนนวนิยายสืบสวนแนว Cozy

Mystery fiction

Mystery fiction เป็นนวนิยายลึกลับ ที่เน้นไปทางการสืบสวนสอบสวนปมปริศนาที่ถูกสร้างขึ้น
ประเภท
การแบ่งประเภท อีกครั้งที่ไม่มีข้อกำหนดตายตัว แล้วแต่ความเห็นของแต่ละคน แต่สามารถแบ่งประเภทอย่างคร่าว ๆตามวิวัฒนาการของเรื่องตามช่วงเวลา ได้ ดังนี้
Gothic stories ( เริ่ม ต้นปี ค.ศ.1700) เป็นเรื่องลึกลับน่ากลัว และหนือธรรมชาติ มักจะเกิดเรื่องที่ปราสาทเก่าแก่ ที่มีความลึกลับซ่อนอยู่ในห้องใต้ดิน จะมีเสียงกรีดร้องโหยหวน มีความมืดสลัวเพื่อให้ฉากมีความน่ากลัวขึ้น มีการขู่เข็ญเหยื่อที่โดยมากจะเป็นหญิงสาวบริสุทธิ์
Crime stories ( เริ่มในช่วงต้นและเด่นชัดกลาง ปี ค.ศ. 1700 ) เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอาชญากรที่ ถูกคุมขังอยู่ในคุกนิวเกตที่ประเทศอังกฤษซึ่ง เป็นเรื่องความอื้อฉาวของการก่ออาชญากรรมที่ลือกระฉ่อนในหน้าหนังสือพิมพ์
Spy stories ( เริ่มเมื่อสิ้นสุด ปี ค.ศ. 1800 ) ปรากฏให้เห็นมากหลังจากสงครามโลกครั้งที่สองในยุคสงครามเย็น แบ่งเป็นสองอย่างคือ เรื่องของสายลับจริง ๆ ที่แสดงให้เห็นความยากลำบากและอันตรายจากการจารกรรม ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของเรื่องที่เกอดขึ้นจริง ส่วนอีกประเภทหนึ่งเป็นเรื่องการผจญภัยของสายลับ ที่มีพื้นฐานอยู่กับเรื่องการผจญภัย ที่พระเอกจะต้องเอาชนะอุปสรรคที่มีมาเป็นชุด ๆ ได้หมด ที่โด่งดังก็คือเรื่อง เจมส์ บอนด์ ของ เอียนเฟลมมิ่ง
Detective stories ( เป็นที่นิยมใน ปี ค.ศ. 1900 ) เป็นเรื่องราวของนักสืบ และการสืบสวน เป็นที่นิยมมาก สิ่งที่แตกต่างไปจากประเภทอื่น คือ วิธีการเล่าเรื่อง นวนิยายนักสืบจะเริ่มเรื่องเมื่อได้เกิดเหตุการณ์ที่สำคัญขึ้น ( โดยมากแต่ไม่เสมอไปจะเป็นการก่ออาชญากรรม ) จากนั้นก็จะเปิดเผยหลักฐานของคนร้ายออกมาก่อนที่คนอ่านจะรู้ถึงรายละเอียดในตอนเริ่มต้น จากนั้นจะเพิ่มการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆไปตามตามปกติของการเล่าเรื่อง และมักจะสร้างความประหลาดใจให้กับคนอ่านในการเปิดเผยความจริงออกมาในตอนจบ ( เป็นนวนิยายประเภทเดียวที่คนอ่านจะหัวเราะเมื่อรู้สึกว่าตัวเองโง่ )

สิ่งที่ต้องมีในนวนิยายสืบสวนสอบสวนแนวฆาตกรรม

The puzzle เรื่องราวอันเป็นปมปริศนา ที่มักจะก่อให้เกิดคำถามสำคัญที่ขับเคลื่อนพล็อต ในทุก ๆ เรื่องของนวนิยายสืบสวนสอบสวน รวมทั้งเรื่องสั้นแนวนี้ด้วย มัจะมีคำถามว่า “ ใครทำ ” ใครก่ออาชญากรรมครั้งนี้ขึ้น คำถามนี้จะถูกกำหนดขึ้นตั้งแต่ตอนต้น ทั้งนักสืบและคนอ่านยังไม่รู้คำตอบ
Detection วิธีการสืบสวนสอบสวนในเรื่องการก่ออาชญากรรม (อันเป็นศูนย์กลางของเรื่อง )เมื่อปมปริศนาได้ถูกเปิดเผยและแก้ไขได้แล้ว เรื่องก็จบ
The sleuth นักสืบเป็นตัวละครเอกในเรื่องที่จะต้องเข้าไปไขปัญหาด้วยด้วยความฉลาด ความพยายายาม ความกล้าหาญ ความแข็งแกร่ง ความเชื่อมั่นในคุณธรรม หรือทุกอย่างรวมกัน
The worthy villain ตัวร้าย โดยทั่วไปก็คือฆาตกร เป็นตัวทดสอบขีดจำกัดความสามารถของนักสืบ เป็นตัวละครที่มีความฉลาด เจ้าความคิด และทำทุกอย่างเพื่อที่จะเอาตัวรอดจากความผิด เขาเป็นตัวสร้างปริศนาที่ท้าทายทั้งนักสืบและคนอ่าน
Fair play หลักฐานทุกชิ้นที่ถูกค้นพบในรูปของสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นร่องรอย เงื่อนงำ ที่ถูกค้นพบโดยนักสืบ ต้องเป็นสิ่งที่ คนอ่านจะต้องหาได้ในหนังสือและรู้เท่าเทียมกัน
Realism and Logic ทุกอย่างที่ปรากฏอยู่ในเรื่องต้องเหมาะสม มีเหตุผล และ เหมือนจริง

ตัวละครในนวนิยายสืบสวนสอบสวน
ฆาตกร
ต้องสร้างภูมิหลังให้กับเขาด้วย
แรงจูงใจ ทำไมจึงก่ออาชญากรรม ทำแล้วได้อะไร
จะให้ก่ออาชญากรรมคนเดียว หรือเป็นกลุ่ม มีผู้สมรู้ร่วมคิดไหม ? คิดเอาไว้เลย
เขาเป็นฆาตรกรโรคจิต หรือพวกฆาตกรต่อเนื่อง หรือเปล่า
หากถูกตัดสินว่ามีความผิด เขาหรือเธอไม่ควรจะได้รับความเห็นอกเห็นใจจากคนอ่าน
เขาต้องฉลาด และเจ้าความคิด เพื่อให้การสืบสวนของนักสืบเต็มไปด้วยความยากลำบากและมีความเข้มข้น ชิงไหวชิงพริบกัน
ต้องฉลาดในการกลบเกลื่อนร่องรอย เพื่อที่จะปิดบังตัวตนที่แท้จริงจากคนอ่านจนถึงบทสุดท้าย
เขาต้องปรากฏตัวให้เห็นในแบบที่เขาไม่ได้เป็น และไม่ให้เห็นในสิ่งที่เขาเป็น การชี้ตัวหรือเปิดเผยฆาตกรที่แท้จริงจะสร้างความประหลาดใจให้กับคนอ่าน
นักสืบ
เลือกเอาว่า จะให้เขาเป็นนักสืบเอกชน นักสืบสมัครเล่น หรือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ
สร้างภูมิหลัง ชีวิตส่วนตัวของเขา ซึ่งอาจจะใช้เป็นพล็อตย่อยได้
เขาต้องมีแรงจูงใจในการทำการคลี่คลายปัญหาเช่นเดียวกัน
คุณสมบัติทั่วไปต้อง ฉลาด มีไหวพริบ ละเอียดถี่ถ้วน ฯลฯ ตามที่คุณต้องการ ( ดูตัวอย่างจากนวนิยายสืบสวนทั่วไปได้ )
ภูมิหลังของเขาหากเคยทำหน้าที่ใดหน้าที่หนึ่ง ควรจะมีเพื่อนหรือคนรู้จักที่เขาสามารถขอความช่วยเหลือในด้านข้อมูล หรือความชำนาญพิเศษอย่างใดอย่างหนึ่งได้เป็นอย่างดี
เอาใจใส่ในการสร้างนักสืบ ให้เขามีลักษณะเด่นและด้อย วิธีการที่เขาคลี่คลายปัญหาแสดงถึงไหวพริบอันชาญฉลาด หากเขาเป็นที่พอใจของคนอ่าน ก็จะทำให้คุณมีหนังสือเล่มต่อมาในการคลี่คลายคดีของเขาอีก
เหยื่อหรือผู้เคราะห์ร้าย
ต้องคัดเลือกด้วยความเอาใจใส่ ตัดสินว่าจะให้เป็น หญิงหรือชาย หนุ่มหรือแก่
ควรจะเป็นคนที่มีชื่อเสียง หรือมีความสำคัญ หรือเป็นหญิงสาวที่มีความสวยน่ารัก ที่สามารถสร้างความเห็นอกเห็นใจ และสร้างความสนใจต่อตัวละครอื่นในเรื่อง
อาจจะสร้างให้เหยื่อเป็นคนดี สุภาพบุรุษ หรือคนแก่ใจบุญ ที่ถูกฆ่าอย่างทารุณ แต่ต่อมากลับพบว่าแท้ที่จริงเขาหรือเธอเป็นคนเลวสุดๆ และถูกฆ่าเพื่อความถูกต้อง หรือเพราะขุ่นเคืองจากเมตตาธรรมจอมปลอม
ผู้ต้องสงสัย
จะมีมากหรือน้อยแล้วแต่ความยาวของเรื่อง
ผู้ต้องสงสัยจะเป็นตัวละครที่สร้างความก้าวหน้าให้กับเรื่อง และคนอ่านมักจะมั่นใจว่าใช่ แต่แล้วก็ไม่ใช่ ตัวละครอื่นจะถูกนำเข้ามาให้สืบสวนต่อไป การสร้างเรื่องอาจจะวางผู้ต้องสงสัยเป็นลำดับ A,B,C,D ฆาตกรที่แท้จริงอาจจะเป็น D แต่หาก D สามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองได้ว่าไม่ใช่เขา แต่คือ C เป็นต้น
อาจจะมีตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เข้าใจผิดว่าเขาคือฆาตกร โดยเฉพาะ( แท้จริงแล้วไม่ใช่)
การสร้างผู้ต้องสงสัยจะสนุกหรือน่าสนใจก็อยู่ที่พล็อตเรื่อง คนอ่านอาจจะไม่กล้าหายใจเมื่อคิดว่าฆาตกรคือสาวสวยแต่หัวแข็ง หรือสร้างความสงสัยว่าฆาตกรจะคือหนุ่มรูปหล่อที่เหมาะจะเป็นพระเอกมากกว่า หรือ จะเป็นหลานชายที่อาศัยอยู่ด้วย หรือจะเป็นคนรับใช้เก่าแก่ ฯลฯ
หากสร้างมูลเหตุจูงใจ ที่เป็นไปได้ว่าผู้ต้องสงสัยอาจจะเป็นฆาตกรที่แท้จริงได้ทุกคน จะทำให้เรื่องรักษาความน่าสงสัย และชวนติดตามอยู่ได้ตลอดทั้งเรื่อง
ตัวละครนี้ต้องมีความสำคัญ และมีบุคลิกที่สร้างความเร้าใจสะดุดตาเป็นพิเศษ และมีความสำเร็จในการที่จะปกป้องตัวเองจนถึงตอนจบของเรื่อง
พยาน
พยานผู้เห็นเหตุการณ์ อาจจะเปิดเผยตัวเอง อย่างเต็มใจ หรือไม่ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในการสืบสวนก็ได้
เพราะอะไรเขาจึงเต็มใจ หรือไม่เต็มใจ ในการเป็นพยาน
พยานที่เป็นตัวละครไม่สำคัญมากนัก มักจะถูกฆ่าปิดปากได้ง่าย ๆ
พยานที่สำคัญ อาจจะถูกปกป้อง คุ้มครองจากตัวนักสืบเอง ( หากเป็นหญิงสาวสวยจะมีเรื่องโรแมนติคเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยก็ได้ )
ผู้ช่วยนักสืบ
อาจจะเป็นหัวหน้าหน่วย หรือ นักข่าว หรือทนายความ ที่อยากเป็นนักสืบ การช่วยเหลือนักสืบเป็นสิ่งที่เขาภาคภูมิใจ
เขาอาจจะทำผิดและเป็นที่เย้ยหยัน แต่ความผิดพลาดของเขาจะทำให้คนอื่นพบทางที่ถูก
เขาอาจจะเป็นคนที่ฉลาดแต่เงียบขรึม มีแง่คิดที่จะแยกแยะประเด็นให้นักสืบได้เห็นชัดขึ้น ในเวลาที่นักสืบเข้าตาจน แต่บางครั้งเขาก็ทำมันอ้อม ๆ เพื่อคอยดูความจนแต้มของนักสืบ
ตัวละครอื่น ๆ ที่ทำให้เรื่องสมจริงยิ่งขึ้น
เช่น ตำรวจ อัยการ ผู้พิพากษา นักข่าว คนรับใช้ คนขายของ ฯลฯ

สถานที่ และเวลา
สามารถใช้ทุกที่เป็นสถานที่เกิดเหตุได้ ( สถานที่เหยื่อชอบไป หรือใช้เป็นที่นั่งเล่น ทำงานอดิเรกจะน่าสนใจกว่า สถานที่ทั่ว ๆ ไป )
ควรใช้สถานที่คนอ่านรู้จัก หรืออยากไป หรือเคยขับรถผ่าน
สถานที่นักเขียนรู้จักดี จะทำให้เกิดความเชื่อถือได้มากกว่าสถานที่ที่ไม่รู้จัก
สถานที่กว้างใหญ่ จะมีความแตกต่าง และใช้ในการสร้างความสงสัย ได้ยาว มีผลต่อการสืบสวนแตกต่างจากสถานที่เล็ก หรืออยู่ในวงจำกัด ( เช่นบนเรือสำราญ หรือบ้านพักที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยว ) ศูนย์กลางของเรื่องจะมุ่งความสนใจไปที่ตัวละครมากกว่า
ตระเตรียมจุดที่ พบศพ และจุดที่ค้นพบร่องรอย จะให้ดีควรจะวาดแผนที่ประกอบเอาไว้
ควรใช้สถานที่เสริมการสร้างบรรยากาศในเรื่อง
ผลกระทบของภาวะดินฟ้าอากาศ ฤดูกาล ( ฝนตกร่องรอยหาย หรือฝนตกเหยื่อออกไปข้างนอกทำไม )
วันเวลาที่เกิดเหตุ

พล็อตเรื่อง
โดยมากจะเป็นสูตรสำเร็จดังนี้ ( นักเขียนที่ฉลาดก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามความคิดของตัวเอง แต่ที่เป็นอยู่ก็ใช้ได้แล้ว )
๑.กล่าวถึงอาชญากรรมหรือความลึกลับที่เกิดขึ้น ให้รายละเอียดของเหยื่อ รวมทั้งแนะนำตัวนักสืบ
๒. ชี้นำการสืบสวนตรงไปยังข้อสรุปที่ในตอนท้ายพบว่า ผิดพลาด ๓.เปลี่ยนจุดศูนย์กลางและขอบเขตในการสืบสวน นี่เป็นประเด็นสำคัญในเรื่องที่กลายเป็นว่านักสืบ อยู่ในทางที่ผิด และมีบางสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น เช่นมีศพที่สองเกิดขึ้น หรือการตายของผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่ง หรือการค้นพบที่สำคัญยิ่งที่ทำให้ข้อสงสัยชัดเจนยิ่งขึ้น เรื่องได้ไปสู่แนวทางสืบสวนใหม่
๔. ปัญหาถูกแก้ไขได้สำเร็จ

พล็อตง่าย ๆ เอาไว้ฝึกเขียน
วางปัญหาลงไป การก่ออาชญากรรมควรจะเกิดกับบุคคลมากกว่าทรัพย์สิน เช่นการฆาตกรรม
สร้างข้อมูลเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา เช่นพวกร่องรอย เงื่อนงำ ผู้ต้องสงสัย พยาน
วิธีการค้นพบหลักฐาน ที่นำไปสู่ตอนจบ
การพิสูจน์หลักฐาน อันเป็นไคลแมกซ์ของเรื่อง และไขข้อข้องใจต่าง ๆ ทั้งหมดในเรื่องที่วางปมเอาไว้
ความแตกต่าง ๔อย่างที่สร้างเรื่องได้เป็นร้อย
ความแตกต่างในวิธีการที่คนร้ายใช้กับเหยื่อ
ความแตกต่างของสิ่งของที่คนร้ายค้นหา
ความแตกต่างของสถานที่เกิดเรื่อง
ความแตกต่างของห้วงอันตรายที่นักสืบจะต้องได้รับ
( จาก Lester dent's Master Plot )

เรื่องนักสืบตามแนวนิยม
The straight Mystery ตัวละครขับเคลื่อนเรื่องที่พฤติกรรมเกิดขึ้นมีศูนย์กลางที่การเกิดอาชญากรรม โดยมากจะเป็นการฆาตกร
The puzzle Mystery เป็นเรื่องเกี่ยวกับนักสืบและปัญหาที่เขาต้องคลี่คลาย ด้วยความฉลาดและมีไหวพริบ( ตัวอย่าวนวนิยายของ อกาธา คริสติ้ )
The hard-boiled Mystery เป็นเรื่องราวการผจญภัย เสี่ยงภัย อาจจะเกี่ยวกับปริศนาลึกลับ หรือเรื่องนักสืบ แต่มักจะมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่การกระทำอันห้าวหาญของตัวละครเอก ซึ่งโดยมากก็จะเป็นนักสืบเอกชน ที่เป็นเสมือนซุบเปอร์ฮีโร่ และออกจะไปในแนวบู๊ด้วย
The novel of Pursuit เป็นเรื่องเกี่ยวกับการจารกรรม หรือพฤติกรรมอื่น ๆ ที่จะทำให้คนอ่านสนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป การค้นหาว่าตัวละครเอกจะหนีพ้นจากสถานการณ์นี้อย่างไรเป็นเสน่ห์ของเรือง บทบู๊ และ ความน่าหวาดเสียวและบ่อยครั้งจะมีการใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยในการไล่ล่า กับดัก และการถูกจับได้ จะมีความสำคัญมากกว่าแรงจูงใจภายใน ของตัวละคร เรื่องจะเป็นลักษณะของการใช้พล็อตขับเคลื่อนมากกว่าใช้ตัวละครขับเคลื่อน ตัวอย่างเรื่องก็เช่น
-จะเป็นนวนิยายพวกสายลับ
-เรื่องเกี่ยวกับตัวละครเอกจะหนีให้พ้นจากการบีบบังคับของความชั่วร้าย ของระบอบการปกครองที่ชั่วร้าย
-เกี่ยวกับเรื่องเหนือธรรมชาติ เช่นมนตร์ดำ ผี หรือแม่มดวูดู
-บางทีก็จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับวาระสุดท้ายของโลก เช่นการหยุดยั้ง ระเบิดนิวเคลียร์ สงครามเคมี หรือการ
เปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา ( เรื่องเจมส์บอนด์ จะออกแนวนี้)
The Whodunit เป็นนวนิยายนักสืบ ที่มีตัวละครเป็นตัวเดินเรื่องในการแก้ปัญหาอาชญากรรมที่ผลออกมามักจะสร้างความประหลาดใจให้กับคนอ่าน อันเกิดจากบุคลิกภาพ บทบาท และคุณสมบัติ ของนักสืบที่มีลักษณะเด่นเฉพาะตัว ในการเปิดเผยถึงวิธีการสืบสวนค้นหาความจริง แตกต่างไปจากวิธีทั่ว ๆ ไป เรื่องแนวนี้มีการเขียนออกไปมากมายหลายชนิด เช่น
-คนอ่านจะถูกแสดงให้เห็นถึงความลับในการก่ออาชญากรรมที่ละขั้น ๆ
-การก่ออาชญากรรมในแบบที่ให้เหยื่ออยู่ในความสบายไม่มีความเจ็บปวดหรือโหดร้ายแสดงให้เห็น (ถูกฆ่าในขณะนอนหลับ หรือจิบน้ำชา โดยมากมักจะมีแมวน่ารักประกอบในเรื่องด้วย)
-เรื่องเกี่ยวกับ สตรีที่ตกอยู่ในอันตราย อันเป็นเรื่องโรแมนติค เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพระเอก ( นักสืบ หรือ บอดีการ์ด )กับสตรีที่เขารักเป็นศูนย์กลางของเรื่อง
-เรื่องลึกลับที่เกิดในสังคมย้อนยุค
-เรื่องที่พระเอกต้องต่อสู้กับการเมือง ความหายนะของเทคโนโลยี หรือกลียุคของสังคม
-เรื่องตำรวจนักสืบที่ต้องไขปัญหาอาชญากรรมโดยใช้เทคนิคและขบวนการทางกฏหมาย
-เรื่องการสืบสวนอาชญากรรมโดยที่ผู้ก่ออาจจะเป็นองค์การที่ถูกกฏหมาย หรือเป็นสำงานประกันภัย หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐ เอง หรือคนในวงการนักสืบเอง
-เรื่องเกี่ยวกับฆาตกรโรคจิต หรือการลักพาตัว
-เรื่องเกี่ยวกับฆาตกรที่รู้ตัว และต้องค้นหานำเขากลับมารับโทษ
-เรื่องเกี่ยวกับการทุจริต คอร์รับชั่นในองค์การ หรือสถาบันต่าง ๆ หรืออาชญากรรมทางเศรษฐกิจ
สิ่งที่ควรรู้และเตรียมไว้ในการเขียน นวนิยายสืบสวนสอบสวน
เกี่ยวกับการก่ออาชญากรรม
๑.ลักษณะการก่ออาชญากรรม
การฆาตกรรม
การปล้น
การลักพาตัว
ฯลฯ
๒.วิธีการฆาตกรรม และเครื่องมือ
การยิงด้วยปืน
การแทง ด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น มีด เหล็กแหลม ดาบ
การใช้ยาพิษ กลิ่น รส ลักษณะ จำนวนที่ใช้ วิธีใช้
ระเบิด
เทคโนโลยีใหม่ ๆ
ลักษณะพิเศษอื่น ๆ เช่น ฆ่ารัดคอด้วยริบบิ้น วางดอกกุหลาบไว้ที่ศพ การตัดสายเบรครถ เลือกฆ่าเฉพาะผู้หญิงหรือผู้ชายเท่านั้น สถานที่ฆาตกรรมเป็นในโรงเรียน ห้องน้ำ เสมอ
ฯลฯ
๓. แรงจูงใจในการก่ออาชญากรรม
การรู้ภูมิหลังของฆาตกร จะช่วยในเรื่องของแรงจูงใจมาก
โดยมากก็จะมาจาก เรื่อง เงิน ความรัก และการแก้แค้น
ซึ่งเชื่อมโยงมาจาก การถูกทารุณกรรม ความเกลียด ความโกรธ ความอิจฉา ความละโมบ ความปลอดภัย ความทะเยอทะยานอัน เป็นอารมณ์ความรู้สึกที่มีของมนุษย์
อย่างไรก็ตามแรงจูงใจ ควรจะเป็นสาเหตุในเรื่องปัจจุบัน มันน่ารำคาญที่มันจะเกิดจากความผิดพลาดและแรงแค้นเมื่อ ๓๐ ปีก่อน
วิธีการสืบสวนสอบสวน

๑. การตั้งสมมุติฐานในการเสียชีวิต
เป็นอุบัติเหตุ
เป็นการฆ่าตัวตาย
เป็นการถูกฆาตกรรม
ควรจะเขียนเหตุผลกำกับไว้ด้วยว่า ใช่ หรือไม่ เพราะเหตุใด
๒. รวบรวมร่องรอยหรือเงื่อนงำในที่เกิดเหตุ
ประเภทของร่องรอย
ร่องรอยที่ทิ้งไว้ มีเบาะแสสืบค้นได้ เช่น หมาไม่เหาะเมื่อบ้านถูกบุกรุก แสดงว่าฆาตกรต้องเป็นคนคุ้นเคย
ร่องรอยที่หาไม่พบ หรือไม่มีเบาะแสควรจะเป็นร่องรอยเกี่ยวกับการฆาตกรรมได้ เช่นเหยื่อถูกแทงด้วยมีดน้ำแข็ง ไม่ปรากฏอาวุธใดให้เห็น มีเพียงน้ำที่เจิ่งอยู่ปลักหนึ่ง
ร่องรอยที่เห็นได้ชัด เช่นจดหมายขู่
ลักษณะของร่องรอย หรือเงื่อนงำ
อะไรที่นักสืบจะต้องค้นหา และร่องรอยบ่งบอกถึงอะไร
รอยนิ้วมือ ตำหนิ และแผลเป็นต่าง ๆ
อาวุธ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ
กองเลือด วิถีกระสุน ร่องรอยจากบาดแผล
ความไร้ระเบียบ หรือรกรุงรังของสถานที่เกิดเหตุ
จดหมายขู่ ร่องรอยการฉีกขาดของกระดาษสื่อสารข้อความ สมุดบันทึกที่หายไป ตู้เซฟที่เปิดอยู่ หรืออะไรต่าง ๆ ที่เป็นของเหยื่อ
ร่องรอยซ้ำซาก เช่น นาฬิกาที่หยุดเดิน เมื่อการฆาตกรรมได้เกิดขึ้น
การปลอมตัวหรือเลียนแบบบุคคลอื่น
คำพูด หรือกิริยาท่าทาง ของผู้ต้องสงสัย หรือพยาน
การจัดการกับร่องรอย
นักเขียนควรจะจดเตรียมเอาไว้ ทั้งร่องรอย หลักฐาน ผู้ถูกสงสัย เงื่อนไข การปลุกความสงสัย อยากรู้อยากเห็น และความหมายของร่องรอยต่าง ๆ รวมถึงผลที่ตามมา หากว่าร่องรอยนั้นนำไปผิดทาง ก็ไม่เป็นไรถ้ามันมีเหตุมีผลอันสมควร และเป็นส่วนหนึ่งของพล็อตเรื่อง
นักเขียนควรจะมีแผนภาพประกอบสถานที่เกิดเหตุฆาตกรรมไว้ด้วย ( โดยเฉพาะนักเขียนใหม่ )

ทำรายการผู้ต้องสงสัย
เริ่มด้วยผู้ที่มีแนวโน้มจะเป็นฆาตกรได้ เช่น คู่แข่ง ศัตรู คนที่แสดงความไม่พอใจเหยื่อ
รายชื่อผู้ต้องสงสัยที่เคยเป็นนักโทษหรือทำผิดในกรณีเช่นเดียวกันนี้ ( พวกมือปืน )
คนแปลกหน้า หรือผู้ที่เพิ่งมาอยู่ใหม่ หรือเพิ่งมาแวะเยี่ยมเยียน ฯลฯ
ในรายการควรจะบอกถึง แรงจูงใจ และโอกาสในความเป็นไปได้ว่าผู้ต้องสงสัยเป็นผู้กระทำหากเขาไม่ใช่ ก็ให้เหตุผลไว้ด้วยเพราะอะไร ( เช่นเขามีพยานบุคคล หรือเวลาที่เกิดเหตุเขาอยู่ที่อื่น )
การมีรายการผู้ต้องสงสัย เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ต่อนักเขียน ในการปรับเปลี่ยน และคัดเลือกตัดทิ้ง
ผู้ต้องสงสัยจากคนร้ายที่แท้จริง จะเพิ่มความอยากรู้อยากเห็นให้กับคนอ่านที่เดาเอาไว้จนจบ
ข้อแนะนำ คุณควรหากระดาษมา แบ่งออกเป็นตารางสามช่อง ช่องแรกเขียนชื่อผู้ต้องสงสัย ช่องที่สองแรงจูงใจหรือแนวโน้มที่เป็นไปได้ ช่องที่สามข้อแก้ต่างของผู้ต้องสงสัยที่บริสุทธิ์ ควรจะเรียงลำดับผู้ต้องสงสัยสูงสุดลงมาตามลำดับ

เตรียมสาเหตุการสืบสวนที่หลงทางได้ง่าย
จากร่องรอยที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ( คืออะไร ให้เตรียมไว้อย่างมีเหตุผล เป็นความจงใจของฆาตกรหรือเปล่า หรือเข้าใจผิดไปเอง )
หลักฐานที่ถูกทำลายไปแล้ว ( เช่นเผา ทิ้งแม่น้ำ ) ทำให้ไม่มีเงื่อนงำ
การตั้งข้อสมมุติฐานผิด (ตายเพราะถูกฆ่าชิงทรัพย์ แต่ความจริงไม่ใช่ )
ความผิดพลาดในข้อเท็จจริง หรือการวินิจฉัยที่ผิด ( วินิจฉัยว่าเขาถูกฆาตกรรมโดยการรัดคอ แต่ความจริงถูกเข็มยาพิษก่อน แล้วเชือกรัดอำพราง )
ฆาตกรรมที่เกิดในห้องที่ปิดกุญแจ หรือปิดกั้นจากด้านใน ไม่มีทางเข้าออกอีก มักจะสรุปว่า ฆ่าตัวตาย
ฯลฯ
เตรียมการคลี่คลายคดีหรือข้อสงสัย ปมปัญหาแต่ละอย่าง
การคลายปมปริศนาแต่ละเรื่องต้องมีเหตุและผล สามารถอธิบายให้คนอ่านเข้าใจได้
วิธีที่ใช้ในการแก้ปัญหาจะใช้วิธีตามแนวนวนิยายนักสืบดั้งเดิม ที่มักจะเชิญผู้ต้องสงสัยมารวมกลุ่มกัน ฟังการคลี่คลายคดี โดยย้อนรอยการฆาตกรรม ตัดบุคคลหรือข้อสงสัยที่ไม่ถูกต้องทิ้งไป มีแนวโน้มจะใช้หลักจิตวิทยากระตุ้นให้คนร้ายเผยพิรุธออกมา และเผลอสารภาพเองโดยไม่รู้ตัว
ใช้วิธีตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ หรือวิธีการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อพิสูจน์หลักฐาน บ่งบอกถึงคนร้ายอย่างดิ้นไม่หลุด

๑๒ ยอดนักสืบที่ควรรู้จัก

๑. ลอร์ดปีเตอร์ วิมเซย์ โดย โดโรธี แอล เซเยอร์ ปรากฏตัวครั้งแรกในเรื่อง “ Whose Body ” ( 1923 ) และอีกครั้งในเรื่อง “ Strange Poison” ( 1930 ) และในเรื่อง “ The nine Tailors ” (1934) เป็นคนผอม ดูดี กล้าได้กล้าเสีย และใส่แว่นตาข้างเดียว วิมเซย์เป็นนักสืบที่สมบรูณ์แบบ เป็นผู้ดี และเก่งมาก เขาเป็นนักสืบคนเดียวในบรรดานักสืบทั้งปวง ที่พบกับเวลาแต่งงาน
๒. ฟิลลิป มาร์โลว์ โดย เรย์มอนด์ แชนเดลอร์ เป็นนักสืบแนวบู๊ ปรากฎตัวครั้งแรกในเรื่อง “ The big Sleep ” ( 1939 ) เรย์มอนด์ ได้พยายามสร้าง มาร์โลว์ ขึ้นมาด้วยการพูดถึงว่า “ เป็นผู้ชายที่สมบรูณ์แบบและดูธรรมดา แต่เหนืออื่นใด เขาเป็นผู้ชายที่มีเกียรติ ”
๓. แซม สเปรด โดย แดสฮิลล์ แฮมเลตท์ การผจญภัยที่มีชื่อเสียงของ สเปรด อยู่ในนวนิยายนักสืบแนวบู๊ ซึ่งจัดว่าเป็นเป็นนวนิยายนักสืบคลาสสิคเล่มหนึ่ง ชื่อ “ The Maltese Falcon ” ( 1928 ) ในสภาพแวดล้อมที่มีผสมทั้งความรุนแรง และคนร้ายที่ทรยศหักหลังที่เกิดขึ้นในสังคม แซม สเปรด จะต้องนำตัวเข้าไปแทรกเสมอ
๔.เปอร์วี เมสัน โดย เอิร์ล สแตนเลย์ การ์ดเนอร์ เป็นนักสืบที่ให้คำปรึกษาด้านการป้องกันตัวเอง ที่ได้รับความสำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อ ถูกแนะนำตัวเมื่อปี 1932 จากเรื่อง “The Case of the Velvet claws ” เรื่องของเมสันมีความน่าสนใจจากการเอาใจใส่ในรายละเอียดประเด็นของกฏหมาย การใช้นิติวิทยาศาสตร์ เวชศาสตร์ และอาชญากรรมวิทยา เข้ามาอยู่ในเรื่อง
๕. เนโร วูฟล์ โดย เรกซ์ สเตราท์ ปรากฏครั้งแรกในเรื่อง “ Fer de-Lance ” (1934 ) เนโร เป็นอัจฉริยะที่อยู่ในรูปร่างผิดธรรมดา เขาไม่ใช่คนที่เข้าใจในตัวเองมากนัก แต่เขาก็เป็นคนที่มีเสน่ห์ ผู้ช่วยของเขาคือ อาร์ชี่ กูดวิน
๖. ซี ออกุส ดูแป็ง โดย เอ้ดการ์ แอแลน โป ปรากฏในหนังสือเรื่อง “ The Murder of the Rue Margue ” ถือว่าเขาเป็นนักสืบคนแรกในโลกนวนิยายนักสืบ ดูแป็งเป็นคนยากจนแต่มีเชื้อสายขุนนาง มีความรู้ สูบบุหรี่จัด เขาแก้ปัญหาอาชญากรรม ด้วยวิธีที่น่าทึ่ง คือ ใช้เพียงการวิเคราะห์หาเหตุผล
๗. เอลเลอรี่ ควีน โดย เอลเลอรี่ ควีน ( นามแฝงของ มันเฟร็ด ลี วาย และ เฟรเดอริค แดนเน่ย์ ) ปารกฏตัวครั้งแรกในเรื่อง “ The Roman Hat Mystery ” ( 1929 ) เรื่องราวของเขาสร้างความบันเทิงให้กับคนอ่านด้วยวิธีการสืบสวนแบบคาดคะเนตามหลักเหตุผล และเต็มไปด้วยบทสนทนาที่มีสี สรรและความสนุกสนาน
๘.เอล พาเดอร์ บราวน์ โดย กิลเบริต์ เคียต เชสเตอตัน ปรากฏในชุดเรื่องสั้นนักสืบชื่อ “ The Innocence of Father Brown ” ( 1911 ) เป็นนักสืบที่ต่างไปจากคนอื่น เขาใช้ประสาทสัมผัสที่หก ช่วยในการสืบสวน
๙. ชาร์ลี ชาน โดย เอริ์ล เดอร์ บิกเกอร์ ชานเป็นนักสืบลูกครึ่งระหว่า จีนและฮาวายอเมริกัน ออกโรงครั้งแรกในเรื่อง
“ The House without Key ” ( 1925 )
๑๐. เอล ไมเกรต โดย จอร์จ ไชน์นอน ไมเกรต เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่มีมนุษยสัมพันธ์ และดูเหมือนนักปรัชญามากกว่าการเป็นตัวแทนผู้รักษากฎหมาย เขาปรากฏตัวในหนังสือชุดนักสืบ “ Inspector Maigret ” (1931 )
๑๑. แอร์คูล์ ปัวโรต์ โดย อกาธา คริสตี้ เป็นนักสืบชายเบลเยี่ยม ที่มีรูปร่างเหมือนไข่ ปราฏกตัวครั้งแรกในเรื่อง “ The Mysterious Affair at Styles ” ( 1920 ) เป็นนักสืบที่ นักอ่านนวนิยายสืบสวนต้องรู้จัก ไม่แพ้ เชอร์ลอคโฮล์มล์
๑๒. เชอร์ลอค โฮล์มล์ โดย เซอร์ ดาเธอร์ โคแนน ดอยล์ ปรากฏตัวครั้งแรกในเรื่อง “ A Study in Scarlet ” (1887 ) เป็นนักสืบที่โด่งดังและเป็นอมตะจนถึงทุกวันนี้
ข้อสังเกตสามีแอบมีกิ๊ก
ช่วงนี้เพื่อนสมาชิกรายการทนายคลายทุกข์? ได้ยินเสียงวิทยากรหญิงพร้อมทีมงาน?? จัดรายการแทนอาจารย์เดชา?? กิตติวิทยานันท์ ??เมื่อวันที่? 13? กรกฎาคมที่ผ่านมา? ประเด็นในการสนทนาเป็นเรื่องของการที่สามีไปมีเมียน้อย ?.ภรรยามีชู้ !? ??วันรุ่งขึ้นมีสายโทรศัพท์เข้ามาดิฉันเป็นร้อยสาย? ??บางรายมารู้ก็เกือบสาย ?หรือ.. สายไปแล้วก็มี???? มีผู้หญิงอีกเยอะที่สามีแอบไปมีกิ๊ก?? ตามผู้หญิง?ผู้หญิงมาเลย? จะพาไปสังเกตพฤติกรรมของลูกผู้ชาย ตัวจริง หรือไม่??.
?
??????????? วันนี้?? มีข้อสังเกตมาฝากสำหรับผู้หญิงทั้งหลาย?? ?ว่า??.สามีแอบไปมีกิ๊กแล้วหรือ !!!
·?????? เริ่มหันกลับมาแต่งเนื้อแต่งตัวเนี๊ยบขึ้น
·?????? ใส่น้ำหอมกลิ่นโชยมาเชียว
·?????? มีธุระนอกบ้านบ่อยครั้ง
·?????? วันเกิดเพื่อนคนโน้น? คนนี้? เมื่อเพื่อนของตัว?หมด???????? ก็วันเกิดเพื่อนของเพื่อนไง !
·?????? สัมมนาต่างจังหวัดบ่อย (แอบพากิ๊กไปเที่ยว)
·?????? โทรศัพท์มือถือใช้ระบบสั่น
·?????? มีสายเข้าไม่ค่อยรับ? ปล่อยให้สายหลุด
·?????? แล้วก็เข้าห้องน้ำไปแอบโทรศัพท์?จ้า
·?????? อยู่ต่อหน้าเมีย?กิ๊กโทรมาแกล้งทำสายหลุด
·?????? หงุดหงิดง่าย? ***
·?????? เมียทำอะไรให้ก็ขวางหูขวางตาไปหมด
·?????? กระวนกระวาย?หาเหตุออกไปข้างนอกไม่ได้
?
ถ้าผัวใหญ่..ผัวน้อย?หรือแฟนใคร.. มีพฤติกรรมเป็นเช่นนี้?? พึงระวังไว้เลย?..ใกล้จะเสียผัวไป?..ถ้าไม่รีบรักษา ?.? เหมือนคนเป็นโรคมะเร็ง ถ้าไม่ได้รับการเหยียวยา? ก็ตายเร็ว ผู้หญิง..ว่า ป้องกันไว้??..ดีกว่าแก้?.! มั้ยคะ !?
มีปัญหาโทร? 084-xxx-xxxx?? (ด่วน!)???? ยินดีให้คำปรึกษา


DETECTIVE นักสืบเอกชน 02-xxx-xxxx, 084-xxx-xxxx
สืบชู้สาว สืบทุจริต สืบสินค้าปลอม เร่งรัดหนี้สิน สืบทรัพย์ สืบจับ และสืบทรัพย์บังคับคดี
สืบทุกเรื่องที่คุณอยากรู้

วิธีฝึกฝนให้เป็นคนช่างสังเกต

วิธีฝึกฝนให้เป็นคนช่างสังเกต

1. พยายามหัดตัวเองให้เป็นคนดูสิ่งต่าง ๆ อย่างถี่ถ้วน ฝึกหัดกันอย่างง่ายๆ คือให้เรานำเอาลูกกุญแจมาวางไว้ตรงหน้า แล้วจดจำรายละเอียดของลูกกุญแจให้หมดทุกส่วน เมื่อนำลูกกุญแจออกไปแล้วให้วาดภาพให้เหมือนของจริงมากที่สุดในครั้งแรกๆ ของการปฏิบัติอาจต้องใช้เวลานานในการพิจารณารายละเอียด แต่เมื่อได้ฝึกหัดไปสักระยะหนึ่งจะเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะต้องแปลกใจ
2. พยายามสร้างความสังเกตในตนเองให้ถูกต้องโดยสังเกตตนเองก่อน เช่น เวลาใส่เสื้อเรามักชอบเอาแขนข้างไหนใส่ก่อน เวลาก้าวลงบันไดเท้าแรกที่สัมผัสขั้นบันไดมักเป็นข้างซ้ายหรือขวา ความละเอียดเล็กๆ น้อยๆ นี้จะช่วยทำให้เราเป็นคนรู้ตัว มีสติอยู่ตลอดเวลา และจะช่วยให้นักช่างสังเกตที่ดีเยี่ยมต่อไป

วิธีฝึกฝนให้เป็นคนช่างจดจำ

1. ต้องมีสมาธิต้องมีความตั้งใจ เพราะหากไม่เกิดความสนใจหรือเอาใจใส่ซะแล้ว ต่อให้ช้างมาย้ำมาฉุดก็จำไม่ได้
2. มีความละเอียดแม่นยำและมองเห็นภาพอย่างทะลุปรุโปร่ง
3. การจัดระบบความคิด ในการจดจำเหตุการณ์อะไรให้ได้นาน หรือจัดระบบความคิดของเรา สิ่งใดควรมาก่อนหลัง เพื่อไม่ให้ความจำของเราสะเปะสะปะ หรือในบางครั้งอาจขยายความคิดของเราเกินจริง หรือให้ตื่นเต้นเพื่อย้ำความจำก็เป็นได้ เช่น เราก็สมัครตัวเองเข้าไปเป็นทหารจับปืนสู้กับข้าศึกซะเลย
4. การปฏิบัติซ้ำๆ เหมือนเวลาที่เราอยากจำชื่อสูตรเคมี หรือสูตรคณิตศาสตร์ที่ยากๆ เราก็ต้องท่องซ้ำไปซ้ำมาหลายๆ เที่ยว
5. ในบางครั้งที่มีเรื่องหลายเรื่องที่ต้องจำ หากจำกันไว้ทีเดียวคงไม่ไหว เราต้องใช้สิ่งช่วยจำอาจเป็นการทำเครื่องหมาย ทำตำหนิ หรือหาสิ่งคล้องจอง เช่น จำเป็นบทกลอน หรือคำที่มันตลกๆ เป็นต้น

การเฝ้าจุดสะกดรอย

การสะกดรอยเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง และนับเป็นหัวใจของนักสืบอาชีพเลยแหละการสะกดรอยก็คือการทำทุกวิถีทางให้ได้เห็น หรือรู้ข้อมูลที่ต้องการจะสืบมากับตาเพื่อกันความผิดพลาด รักษ์จะเป็นนักสืบห้ามเดาสุ่มสี่สุ่มห้าเดี๋ยวเสียฟอร์มหมด นั่งเทียน (เขียนรายงานมั่ว นั่นแหล่ะ) นักสืบพวกมักง่ายมีเยอะ ประเภทโกหกลูกค้าไปวันๆ

วิธีสะกดรอยมีอยู่ด้วยกัน 3 วิธีคือ

1. การสะกดรอยขณะเคลื่อนไหว ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 วิธีคือ วิธีเดินเท้ากับการใช้ยานพาหนะ
2. การเฝ้าจุด ใช้กรณีสืบเสาะเฝ้าดูหรือแหล่งกบดานของผู้ที่เราติดตามโดยเฉพาะโจรผู้ร้าย
3. การใช้เครื่องมืออิเล็คทรอนิกส์ การติดจีพีเอส เครื่องดักฟัง ติดกล้องวงจรปิด

ก่อนจะสะกดรอยเราควรมารู้ซะก่อนว่า นักสะกดรอยที่ดี ต้องมีคุณสมบัติอย่างนี้
-รูปร่างปานกลาง ไม่สูงหรือไม่เตี้ยเกินไป ไม่อ้วนหรือไม่ผอมเกินไป จะได้ไม่เป็นที่สะดุดตาเรียกว่ายิ่งหุ่นโหล หน้าโหล เท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้นละ สวยเหมือนนางแบบ งามเหมือนดารา เป็นจุดเด่นเกินไป
-มีปฏิภาณไหวพริบดี สามารถคาดการณ์และแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้แนบเนียน
-มีความสังเกตจดจำดี ไม่งั้นเดินๆ เกิดจำไม่ได้เดินตามคนผิดไปซะเฉยๆ ก็เสียอนาคตกันไปเลย
- มีสุขภาพดี ข้อนี้สำคัญมาก หากเอาคนขี้โรคไปสะกดรอย เดินตามเขาไปแค่สี่ ช่วงตึกก็เกิดหน้ามืดเป็นลม ท้องเสีย ฯลฯ ขึ้นมาละก็ยุ่งแน่ โดยเฉพาะเป็นโรคปอดแหกอย่ามาเป็นนักสืบเชียว
- มีความมานะ อดทนดี เรียกตามสามปียังไม่เบื่อ (ติดต่อกัน 24 ชั่วโมง)
- มีอากัปกิริยาเคลื่อนไหวเป็นปกติ เช่นขาไม่กะเผลก หรือเดินข้อกลาง เป็นนักเลงโต เพราะพวกนี้จะเป็นที่สะดุดตาเป็นอย่างมาก
- มีความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ ข้อนี้สำคัญที่สุด เพราะขืนตามอยู่ดีๆ เกิดขี้เกียจ เลยมานั่งเกียจเลยมานั่งเทียนเขียนข้อมูลก็พังกันเป็นแถบๆ ไป

เป็นไงบ้างคะ สำหรับคนที่สนใจเป็นนักสืบ พอที่จะเรียนรู้ด้วยตัวเองแล้วนะ การเป็นนักสืบต้องมีใจ และใจรักจริง ๆ ถึงจะทำงานนี้ได้ดี งานนักสืบเป็นงานสร้างสรรค์ ต้องมีศิลป์ คนที่รักที่จะทำ ก็สามารถทำงานสืบได้ น้องๆ หรือใครที่สนใจที่จะเป็นนักสืบติดต่อมาได้คะ ไม่ใช่เรื่องยากเลย